Travel, Eat, Lifestyle and everything we experienced.

เที่ยวกระบี่ 3 วัน 2 คืน ฉบับคนขี้เกียจ สดชื่นในหน้าร้อน กินเที่ยวนอนสบาย

ประเทศไทยมันร้อน! พระอาทิตย์จะกลั่นแกล้งเราไปถึงไหน ผิวที่แทนสีขาวอยู่แล้วอีกนิดก็จะไหม้เกรียม ร้อนไม่เกรงใจกันแบบนี้จะนอนอยู่บ้านเฉยๆ ไปทำไม ต้องหาวิธีดับร้อนที่ดีกว่านอนเปิดแอร์อยู่บ้านเปลืองไฟไปวันๆ ไปหาอะไรทำมันส์ๆ กันดีกว่า และการไปเที่ยวทะเลน่าจะเป็นทางออกให้ร่างกายได้คลายร้อนดีที่สุด และจังหวัดกระบี่นี่แหละที่เข้ารอบมาวินเพราะมีหาดสวยๆ มีเกาะน้ำทะเลใสๆ แหล่งท่องเที่ยวเยอะ การมาเที่ยวกระบี่ 3 วัน 2 คืน มีเรื่องมันส์ๆ ให้ได้ทำเพียบ! บอกเลยว่า ได้เที่ยวกระบี่ได้กินอิ่มจนลืมไปเลยว่า เห้ย! นี่มันหน้าร้อนนี่หว่า

วันแรก ณ กระบี่

เราถึงสนามบินกระบี่ประมาณ 8 โมง มีรถจากโรงแรมมารอรับมุ่งตรงสู่โรงแรม เดอะ ภู บีช รีสอรท์ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที เป็นที่พักกระบี่ครบถ้วนเรื่องความสะดวกสบายมากที่สำคัญอยู่ไม่ไกลจากทะเล อยู่ใกล้ๆ กับหาดนพรัตน์เลย หลังจากเช็คอินเคลียร์สัมภาระเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยก็พร้อมที่จะไปลุยแดดสนุกกับน้ำทะเลใสๆ แล้ว ซึ่งการไปเที่ยววันแรกของเราใช้บริการทัวร์ของโรงแรมที่ชื่อว่า วังทราย มีท่าเรือส่วนตัวเป็นของตัวเอง และที่ท่าเรือก็มีขนมกรุบกริบไว้รองรับให้ได้กินรองท้องก่อนจะไปใช้พลังงานอย่างหนักตามที่เที่ยวต่างๆ

ความสวยงามที่เราได้ไปเจอคือ หาดถ้ำพระนาง เต็มไปด้วยผู้คนทั้งไทย ฝรั่ง และทัวร์จีน ขอย้ำว่าทัวร์จีนเยอะมากจริงๆ หากคาดคะเนด้วยสายตาจากประชากรนักท่องเที่ยวบนหาดทั้งหมด ชาวจีนเกิน 70 เปอร์เซนต์ หาดที่ดูใหญ่โตกลับแคบไปทันที แต่น้ำก็ยังคงสวยใสมาแล้วก็ไม่ผิดหวัง ส่วนเรื่องเสียดายในวันนี้คือไม่ได้เข้าไปชมในถ้ำ เนื่องจากนักท่องเที่ยวเยอะมากสู้รบกับผู้คนไม่ไหวเลยได้แต่สัมผัสกับน้ำทะเลเท่านั้น ปล่อยเวลาให้ตัวเองเล่นน้ำสักพักเพราะร่างกายมันต้องการวิตามิน SEA ส่วนใครหิวก็ไม่ต้องกลัวว่าจะอด มีร้านค้าเรือเรียงรายสวยงามแต่ราคาแรงเอาเรื่องอยู่มากเลยทีเดียว

ต่อจากนั้นเราก็ยกเวลาทั้งหมดที่เหลือให้กับทะเลแหวกเคยได้ยินมาว่า หากใครมาเที่ยวกระบี่แล้วไม่มาทะเลแหวกเหมือนมาไม่ถึงกระบี่ ทะเลแหวกเชื่อม 3 เกาะไว้ให้เดินถึงกันได้ ทั้ง เกาะไก่ เกาะทับ เกาะหม้อ ที่บอกว่าให้เวลาทั้งหมดนั้นประมาณ 4-5 ชั่วโมงได้ เราอยู่กันที่นี่ เพราะเกิดการผิดพลาดเล็กน้อยเนื่องจากช่วงเวลาที่เรามาน้ำยังไม่ลงซึ่งจะลงในช่วงเวลาประมาณ 5 โมงเย็นหากใครจะมาเที่ยวทะเลแหวกแนะนำให้เช็คเวลากับคนเรือก่อนเขาจะได้แนะนำได้ว่า ควรมาช่วงเวลาใด โดยแต่ละวันน้ำขึ้นลงจะแตกต่างกันไป แต่จะบอกว่าการอยู่ที่ทะเลแหวก 4-5 ชั่วโมงนี้ไม่รู้สึกว่าเสียดายเวลาเลย เพราะเราได้พักผ่อน เล่นน้ำดับร้อน ถ่ายรูปคูลๆ และโชคดีที่เอาลำโพงบูทูธไปด้วย เลยได้นั่งฟังเพลงไปท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามจนทำให้ลืมเวลาไปเลย

ถ้าหากใครหิวก็ไม่ต้องกังวลเพราะทะเลแหวกมีร้านค้าสวัสดิการ ทั้งน้ำ ขนม ข้าวปลา มีให้ครบ ส่วนเรื่องของรสชาติโอเคเลยนะ แต่ที่ทำให้หงุดหงิดเล็กน้อยก็น่าจะเป็นเรื่องของราคาอาหารที่ค่อนข้างสูง โรตีราคาอยู่ที่ 40-60 บาท ข้าวผัดไก่ราคา 60-80 บาท

ปล. ร้านสวัสดิการที่นี่ไม่หมูนะ เพราะผู้ดูแลร้านค้าส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม

หลังจากได้เห็นทะเลแหวกแล้ว ทีมเรือก็พาเรามุ่งตรงสู่ฝั่งกระบี่แต่ละหว่างทางนั้นเขาก็พากแวะไปส่องความสวยงามตามหาดและเกาะต่างๆ แต่ไม่ได้แวะลงไปสัมผัส เนื่องจากทะเลแหวกกินเวลาไปมากแล้ว เลยไม่ได้เก็บรูปมาฝาก

เมื่อถึงฝั่งกระบี่ก็มุ่งตรงสู้ร้านอาหารทันที ก็แอบถามพี่ขับเรือเขาเลยแนะนำ ร้านวังทรายซีฟู้ด ด้วยเหตุผลที่ว่า เป็นร้านอาหารซีฟู้ดติดทะเล เห็นวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม อีกทั้งยังการันตีเรื่องความอร่อยไปอีก เราเลยรู้สึกว่า ขายเก่งขนาดนี้แวะไปกินหน่อยก็แล้วกันที่สำคัญจากท่าเรือวังทรายมาที่ก็ไม่ไกลกันมาก ประมาณ 5-10 นาทีก็ถึงแล้ว สำหรับร้านอาหารวังทรายเป็นเจ้าของเดียวกันกับรีสอร์ทที่เราพักด้วย หากบอกว่าพักที่ เดอะ ภูบีช รีสอร์ท ก็จะได้ส่วนลด 10% การได้มากินข้าวเย็นที่นี่บอกเลยว่า แฮปปี้มากและเป็นไปตามที่คนขับเรือแนะนำได้เห็นวิวสวยๆ อาหารก็อร่อยน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บดี กุ้งเผาสด หอยชักตีนคือดีเลิศ ที่สำคัญราคาอาหารไม่แพงมาก สั่งไป 5 เมนู จริงๆ มีต้มข่าไก่ด้วย ค่าเสียหากก็อยู่ที่ประมาณ 1,300 นิดๆ เป็นการปิดจบวันแรกที่เที่ยวกระบี่ไปได้อย่างสวยงาม


วันที่สอง กระบี่ ท่องเกาะพีพี

สำหรับวันที่สองในกระบี่เราก็ใช้บริการทัวร์เจ้าเดิม สำหรับวันนี้ที่เที่ยวหลักๆ ของเราคือเกาะพีพี แต่ที่แรกที่เราไปแวะคือ อ่าวมาหยา สวยมากจริงๆ อยากให้มาเห็นด้วยตาตัวเอง น้ำใสฟ้าครามๆ มองเห็นปลาได้เลยกับหาดทรายสีขาว ล้อมรอบไปด้วยภูเขาธรรมชาตินี่เจ๋งจริงๆ ใครมาเที่ยวอ่าวมาหยาแนะนำให้เดินไปอีกฝั่งนึงด้วยเพราะมีวิวสวยๆ ให้ได้ถ่ายภาพเก็บไว้และระหว่างทางเดินไปอีกฝั่งฟากก็จะได้เห็นธรรมชาติสวยๆ ที่แสนร่มเย็นเดินไปถ่ายรูปไปมันดีมากจริงๆ

หมู่เกาะพีพีชื่อนี้มีแต่ความสวยงาม มีอ่าวเล็กๆ น้อยๆ สวยๆ เต็มไปหมดให้นักรักน้ำทะเลอย่างเราได้ตามไปเที่ยว ไปเก็บภาพสวยๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ ที่เกาะพีพี เต็มไปไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติ แน่นอนว่าเรื่องของราคาอาหารก็เป็นสองเท่า ราคาสูงจนพี่คนขับเรือเอ่อปากว่า “ประเทศพีพีไม่มีอะไรถูก” และก็เป็นดังว่าจริงๆ เพราะไอศกรีมกะทิ ตักใส่ถ้วยเล็กๆ สีชมพูประมาณ 3 ลูก หากเป็นฝั่งกระบี่ประมาณ 15 บาทแต่ที่นี่เกาะพีพี 40 บาทกันไปเลย

แต่ถึงแม้อาหารจะราคาสูงแต่ก็เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวมากมาย เกาะพีพีเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์มาก สำหรับสายปาร์ตี้หากได้มาที่นี่คุณจะรักมาก เพราะเต็มไปด้วยความบันเทิง ร้านค้า อาหาร ทำมาเพื่อพวกคุณทั้งนั้น แต่หากใครบอกว่า ฉันต้องการมาพักผ่อนที่นี่คิดว่า เกาะพีพีไม่เหมาะกับพวกคุณจริงๆ เราให้เวลากับที่นี่ครึ่งวัน เดินเล่นเพลินๆ จิบเครื่องดื่มเย็นๆ ท่ามกลางชาวต่างชาติจนลืมไปเลยว่า นี่อยู่ประเทศไทย


 

วันที่สาม โบกมือลา กระบี่ หมดเวลาสนุกแล้ว


วันสุดท้ายในกระบี่ มีเวลาเที่ยวแค่ครึ่งวันก่อนเที่ยงเท่านั้น เพราะเวลาที่จะกลับกรุงเทพฯ ประมาณบ่าย 3 โมง เลยอยู่ที่สระมรกตอย่างเต็มอิ่มและให้ได้มากที่สุด สารภาพว่า มาเที่ยวกระบี่หลายครั้งแต่ไม่เคยได้มาสระมรกตเลย ไม่รู้ทำไมอาจเป็นเพราะไม่มีวาสนาต่อกันก็เป็นได้ และครั้งนี้บุพเพสันนิวาส อาละวาดแล้วทำให้เราได้มาเจอกับสระมรกต ชื่นใจ ดีใจมากที่ได้มาเพราะสวยสมคำเล่า อีกสิ่งที่ทำให้ประทับใจคือ ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่ยังมีให้เห็นแบบเต็มเปี่ยม ขอบคุณเจ้าหน้าที่ๆ ดูแลอุทยานแห่งนี้ให้มีความสมบูรณ์แบบโดยไร้ที่ติจริงๆ

ปล.สระมรกตมีค่าเข้าด้วยนะ ราคาแสนย่อมเยาสำหรับคนไทย เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท เปิดให้เข้าไปเที่ยวชมธรรมชาติได้เวลา 08.00 – 17.00 น.

นี่เป็นแค่ส่วนเล็กๆ ของที่เที่ยวกระบี่จะบอกว่า กระบี่มีที่เที่ยวเยอะมาก 3 วันไม่พอจริงๆ ทั้งเกาะเล็ก เกาะใหญ่ หาดเล็ก หาดน้อยมีเพียบ แต่ในเมื่อเวลามีจำกัดได้แค่นี้ก็ชื่นใจแล้ว เพราะเราไม่ได้ไปเที่ยวแบบเร่งรีบ เพียงเท่านี้ก็ช่วยชาร์ตพลังให้พวกเราได้เยอะมากแล้ว ใครกำลังจะไปเที่ยวกระบี่ชอบเที่ยวแบบไม่เน้นปริมาณก็ตามเราไปเที่ยวได้เลย

#thejourneymoments



ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *