Travel, Eat, Lifestyle and everything we experienced.

ปักหมุด 6 ที่กิน ที่เที่ยวสิงคโปร์ ตามไปเช็คอินรับประกันความอิ่มอร่อย

ไปสิงคโปร์เที่ยวไหนดี สิงคโปร์มีที่เที่ยวเยอะเวลา 7 ชั่วโมงก็เที่ยวสิงคโปร์ได้เยอะแล้ว เมื่อเร็วๆ นี้เราแวะไปทรานซิทเครื่องที่สิงคโปร์ เพื่อเป็นทางผ่านจาการ์ต้ากลับกรุงเทพฯ ถามว่าจำเป็นต้องทรานซิทไหม? เราตอบเลยว่า ไม่จำเป็นเพราะจากจาการ์ตา-กรุงเทพ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ซึ่งหากจะบินตรงเลยก็ได้ใช้เวลาไม่นานมาก แต่สำหรับเราเองที่แวะทรานซิทครั้งนี้ เพราะอยากรีแลกซ์ผ่อนคลายแวะไปเที่ยวสิงคโปร์ด้วย และคิดว่าเวลา 7 ชั่วโมงน่าจะเที่ยวสิงคโปร์ได้พอสมควร

และเพื่อความรวดเร็วไม่เสียเวลาในการเที่ยวเมื่อถึงสนามบินชางกี ผมก็ใช้บริการรถแท็กซี่ในสนามบินเพื่อตรงเข้าสู่ใจกลางเมือง และก็เป็นไปตามคาดหมายราคาสูงพอควรสำหรับค่ารถในครั้งนี้ สำหรับทริปเร่งด่วนในครั้งนี้ผมมีทีมร่วมชะตากรรมด้วย 5 คน โดยเฉลี่ยค่ารถแล้วคนละ 10 SGD ประมาณ 250 บาท/คน ค่ารถทั้งหมดเท่าไหร่ก็ลองบวกๆ กันเองนะ

โดยจุดหมายแรกที่ขอตามไปเช็คอินคือ “Maxwell Food Center” กองทัพต้องเดินด้วยท้องมันคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด เป็นฟู้ดเซนเตอร์ชื่อดังของสิงคโปร์เขาเลย และร้านยอดฮิตนิยมที่สุดในนี้ก็คือ ร้าน ThinThin ข้าวมันไก่สิงคโปร์ที่ขายดีที่สุดในสิงคโปร์ บอกเลยว่าถ้าใครมาสิงคโปร์แล้วไม่มากินเจ้านี้คือ มาไม่ถึง! สำหรับข้าวมันไก่เจ้านี้คนแน่นร้านมากต่อแถวกันยาวววๆ ไป แต่ก็ใช้เวลาต่อแถวไม่นานมากก็ได้กินแล้ว แต่อย่างที่บอกฟู้ดเซนเตอร์ที่นี่ คนเยอะทั้งนักท่องเที่ยวและเจ้าถิ่นเอง การหาโต๊ะว่างก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นการไปหลายคนเป็นสิ่งที่ดีมาก ควรแบ่งทำงานกันเป็นทีม โดยทีมเอต่อแถวซื้อข้าวมันไก่ ทีมบีหาโต๊ะ และทีมซีไปต่อแถวซื้อบะหมี่หมูกรอบเป็ดย่างซึ่งเป็นร้านขึ้นชื่อเหมือนกัน ส่วนตัวผมชอบหมูกรอบของเขามาก หมูกรอบนี่เนื้อนุ่มเนียนแทบละลายในปากไม่ต้องเคี้ยวเลย

  • ค่าเสียหาย ข้าวมันไก่จานกลางราคา 5 SGD (150 บาท) บะหมี่หมูกรอบจานกลางราคา 5 SGD (150 บาท)
  • เครื่องดื่ม น้ำโค้ก, น้ำเปล่า ราคา 5 SGD (35 บาท)

หลังจากเคลียเรื่องท้องกันเสร็จแล้ว พวกเราก็เดินๆ กันต่อครับ โดยใกล้ๆ กันนั้นคือย่าน Ann Siang จะมีร้านคาเฟ่ ร้านอาหาร และตึกสวยๆ ให้เราตามไปถ่ายรูปเพียบเลย กว่าจะเดินผ่านจุดนี้ไปก็ถ่ายรูปกันหนักน่าดู

จากนั้นก็เดินกันไปเรื่อยๆ ไปถนนที่เต็มไปด้วยความอาร์ตอย่าง Amoy และแน่นอนว่ามีคาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านตัดผม ฯลฯมากมายเช่นกันแต่ละร้านแต่งกันแบบไม่มีใครแพ้ใครเลย แต่น่าเสียดายที่ร้านอาหารยังไม่ค่อยเปิดมากนักช่วงที่ผมไปประมาณช่วงบ่ายๆ คิดว่าร้านเขาน่าจะเปิดช่วงเย็น แต่ที่สะดุดตามากที่สุดสำหรับย่านนี้คือ ภาพจิตกรรมที่ผนังของเขานี่แหละที่มีเรื่องราว วัฒนธรรมการใช้ชีวิตของคนจีนได้แบบตรงไปตรงมาไม่ต้องตีความให้มันซับซ้อนอะไรมากมาย

อีกย่านยอดฮิตที่สิงคโปร์หากไม่ได้มาคงเสียใจ ไชน่าทาวน์ (Chinese Town) เป็นซอยไม่กว้างมากแต่เต็มไปด้วยของขายกระจุกกระจิกเต็มไปหมด ทั้งของฝาก หรือของกิน ผู้คนพลุกพล่านมากมีทั้งชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นเอง สิ่งสำคัญไม่อยากให้พลาดเด็ดขาดคือ ไอศกรีมวาฟเฟิลมีให้เลือกหลายรส ความแปลกใหม่ไม่มี มันก็แค่แผ่นวาฟเฟิลประกบไอศกรีมอารมณ์คล้ายๆ แซนวิชเห็นหน้าตาก็งั้นพอกัดเข้าไป โอ้โหกลมกล่อมมาก คือกรอบและเย็นมันเข้ากันมาก ยิ่งไปช่วงหน้าร้อนหากได้กินดีมากๆ จุดสังเกตคือ ลุงคนขายจะมีอายุหน่อย เป็นรถเล็กอยู่บริเวณทางเข้าของไชน่าทาวน์ ราคา 1 SGD (23 บาท)

หลังจากเดินเพลินที่ไชน่าทาวน์สักพักใหญ่ เราก็ทำการเรียกอูเบอร์เพื่อไปต่อในถนน Seng Poh ซึ่งจากไชน่าทาวน์ จริงๆ แล้วก็ไม่มากครับแต่ถ้าจะให้เดินไปคงไม่ไหว ใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ไม่เกิน 5 นาทีถึง ซึ่งความโดดเด่นของย่านนี้คือ คาเฟ่เก๋ๆ เท่ๆ มีเยอะมากครับ สำหรับสาวๆ ที่ชอบตามไปเช็คอินตามร้านสวยๆ มาย่านนี้ย่านเดียวผมว่าเอาคุณอยู่เลยแหละ

ถึงแม้ว่า จะมีเวลาเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงที่ได้เที่ยวสิงคโปร์ แต่ผมประทับใจมาก คิดไม่ผิดที่แวะต่อเครื่องที่นี่มันคุ้มค่ามากจริงๆ ได้เห็นความสวยงามของบ้านเมืองเขา สะอาด เป็นระเบียบ ปลอดภัย ผู้คนเป็นมิตรน่ารักกับนักท่องเที่ยวมาก อย่างตอนผมไปซื้อบะหมี่หมูกรอบ พ่อค้าถามผมว่าเป็นคนไทยใช่ไหม? เขาเลยทักทายคำว่า “สวัสดีครับ” เรานี่ยิ้มแก้มแทบแตกเลย

#Thejourneymoments



ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *