ทริปเที่ยวน่าน 3 วัน เที่ยวได้ 3 เมือง อำเภอเมือง-ปัว-สปัน


ปลายปีแล้วไปเที่ยวน่านกัน ซึ่งการไปเที่ยวน่านของเราในครั้งนี้สารภาพตรงๆ ว่าไร้แผน ได้แต่วางคร่าวๆ ว่า 3 วันกับการ ไปสถานที่ท่องเที่ยวน่าน วันแรกจะเที่ยวในเมือง และวันที่สองถึงจะไปเที่ยวเมืองปัวและสปัน ส่วนทริปของน่านของเราจะออกมาหน้าตายังไง เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังเดี๋ยวนี้เลย

ไปเที่ยวน่านด้วยสายการบินนกแอร์ เครื่องก็จะเล็กๆ น่ารักหน่อย ตอนแรกก็แอบกังวลใจเหมือนกันเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ได้ใช้บริการเครื่องบินลำเล็กประมาณนี้ แต่พอได้ใช้บริการแล้วค่อนข้างโอเค ที่นั่งไม่แคบยืดขาได้สบาย เป็นแถวแบบ 2-2 ครับ ใช้เวลาเดินทางจากดอนเมืองไปน่านประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาทีโดยออกจากกรุงเทพ ประมาณ 9.00 น. ถึงน่าน 10.15 น.

 

นัดรถที่พักมารับที่สนามบินประมาณ 11.00 น. โดยที่พักน่าน ของเราคือ “บ้านสวนลีลาวดี” คืนละ 1,500 บาท พร้อมอาหารเช้า เราพักที่นี่ 2 คืนเลย เพราะชอบ ที่พักน่าน บรรยากาศสวนๆ ร่มเย็น ห้องพักกว้างขวาง หน้ารีสอร์ทมีบึงน้ำใหญ่ พนักงานเป็นกันเอง แต่ข้อเสียคืออยู่ห่างจากแหล่งท่องเที่ยวในเมืองประมาณ 3-4 กม. ไม่สามารถปั่นจักรยานไปได้เพราะต้องเป็นถนนใหญ่ค่อนข้างอันตราย โดยวันแรกผมเช่ารถกับที่พักวันละ 1,000 บาท (หากสนใจก็สามารถแจ้งกับพนักงานล่วงหน้าได้เลย) สนใจห้องพักสอบถามได้ ที่นี่ หลังจากเช็คอินแล้วก็เก็บข้าวของเรียบร้อยประมาณ 12.00 ก็ได้เวลาออกไปลุยเที่ยวในตัวเมืองน่านกันแล้ว

 

โดยที่เที่ยวน่านที่แรกที่เราไปเที่ยวคือ “ร้านกาแฟพยัคฆ์” นั่งพักดื่มกาแฟสักพักเรียกความกระปรี้กระเปร่าให้กับร่างกายหน่อย เรื่องของรสชาติกาแฟก็ขึ้นชื่อสมคำล่ำลือเข้มข้นดี แก้วนี้ของผมเป็นคาปูชิโน่ปั่น 50 บาท

วัดภูมินทร์

จากนั้นก็เดินไปวัดภูมินทร์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านกาแฟพยัคฆ์ มากนักเข้าไปเยี่ยมชมภาพจิตกรรมขึ้นชื่ออย่าง ปู่ม่าน-ย่าม่าน โดยบริเวณใกล้ๆ กันนี้ยังมีวัดและสถานที่ท่องเที่ยวอยู่จำนวนมากสามารถเดินด้วยเท้าเปล่าได้ประมาณ 5-10 นาที

 

วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

วัดมิ่งเมือง (ศาลหลักเมือง)

วัดพระธาตุแช่แห้ง

เมื่อสักการะวัดบริเวณใกล้เคียงกันเสร็จแล้วอย่าลืมขยับออกมานอกตัวเมืองอีกเล็กน้อยไม่ไกลมากประมาณ 3 กม. เป็นพระธาตุประจำปีเถาะอย่าง วัดพระธาตุแช่แห้ง มีความเชื่อว่าหากใครเกิดปีเถาะควรมาสักการะที่วัดแห่งนี้ให้ได้สักครั้ง ซึ่งผมเองก็ไม่ได้เกิดปีเถาะหรอกนะครับ แต่เมื่อมาถึงจังหวัดน่านแล้วก็น่าจะมาสักกาะระให้ได้เช่นกัน

สำหรับวันแรกครึ่งบ่าย เราไปเที่ยวในเมืองน่าน ที่เที่ยวน่านมีเยอะ เลยตระเวนไปตามที่ต่างๆ มากมายเดินบ้าง ขับรถบ้าง เพลินจนลืมหิวไปเลย นึกขึ้นไปอีกทีก็ 4 โมงเย็นแล้วเลยขอหิวท้องไปฝากความหิวนี้ไว้ที่ “ร้านเตี๋ยวไร้เทียมทาน” ก๋วยเตี๋ยวชื่อดังของที่นี่เขาเลยมาไม่ถูกก็สอบถามกันได้ส่วนใหญ่คนที่น่านรู้จักเป็นอย่างดี ส่วนเมนูขึ้นชื่อคือ “หมี่เหลืองยำรวม” ราคา 60 บาทเมนูนี้ได้รวบรวมความอร่อยของร้านนี้ไว้หมดแล้วให้อยู่ในชามเดียว ปล. ชิมก่อนปรุงนะส่วนตัวคิดว่า รสชาติกลมกล่อมอยู่แล้ว

จบเรื่องของคาวก็ต่อด้วยเครื่องหวานอย่าง บัวลอยป้านิ่ม ซึ่งเขาย้ายร้านแล้วนะครับ ไปไม่ถูกมีแผนที่ให้ คลิก ตรงนี้ ได้เลยร้านป้านิ่มเขามีขนมหวานหลายอย่างครับน้ำแข็งใส ไอติม แต่ที่เด็ดเห็นทีคงหนีไม่พ้น บัวลอย แต่จะให้ดีก็ต้องเพิ่มอ๊อฟชั่น อย่างไข่และไอติมลงไปด้วย แต่ราคาก็ไม่เบาเหมือนกัน ส่วนตัวคิดว่าเรื่องรสชาติไม่โดดเด่นมากแต่เรื่องการตลาดป้านิ่มนี่เจ๋งโคตรๆ ขนาดย้ายร้านมาอยู่นอกเมืองคนยังตามมากินกันอย่างเนืองแน่นเลยทีเดียว

วัดพระธาตุเขาน้อย

หลังกลับจากร้านป้านิ่มก็เย็นพอดีประมาณ 5 โมงครึ่งได้ก็ได้เวลาไปชมเมืองน่านกันแล้วที่วัดพระธาตเขาน้อยเขาว่า วิวดีที่สุดเห็นวิวน่านสุดลูกหูลูกตาอย่างสวยงาม ตอนขึ้นมาพระอาทิตย์ตกไปแล้วมันเลยมืดๆ แบบที่เห็นนี่แหละ แต่ความมืดก็ไม่อาจบดบังความสวยงามที่อยู่ตรงหน้าได้ คุณว่าจริงไหม?


วันที่มาถึงน่านเป็นวันอาทิตย์ ซึ่งจะมีตลาดคนเดินน่าน อยู่บริเวณวัดภูมินทร์ พอชมวิวเมืองน่านเสร็จก็มุ่งตรงเข้าเมืองต่อเลยครับอยากมาสัมผัสตลาดคนเดินที่น่านมาก ว่าเขาจะเดินกันอย่างเนิบๆ หรือเปล่า แต่ตรงกันข้ามเป็นตลาดที่ครึกครื้นมาก ผู้คนเยอะเดินกันให้ขวักไขว่ มีของกิน ของฝากน่าสนใจเพียบ ความโดดเด่นของตลาดคนเดินที่นี่อยู่ที่ลานขันโตก ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถซื้อของกินแล้วเลือกที่นั่งได้เพลินๆ กันไปได้สัมผัสความเป็นล้านนาจริงๆ

  • ตลาดคนเดินน่าน เปิด เสาร์-อาทิตย์
  • เวลา 16.00 – 21.00 น.

เที่ยวน่าน วันที่ 2

สำหรับวันนี้จะพาออกนอกอำเภอเมืองน่าน มุ่งตรงสู่อำเภอปัวและสปัน อาจจะตามไปเช็คอินไม่หมด เพราะคิดว่า ถ้าไปตามแหล่งเที่ยวขึ้นชื่อครบทุกที่จะเสพความสุขได้ไม่ครบ อารมณ์ทัวร์ชะโงกไม่ค่อยถนัดเท่าไร เลยดึงจุดที่อยากเช็คอินแล้วใช้เวลาอยู่ตรงนั้นได้อย่างนานๆ ดีกว่า

 

โดยออกจากที่พักประมาณ 10 โมง มุ่งตรงสู่อำเภอปัว ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ถึงวัดภูเก็ต ในบริเวณใกล้กันด้านล่างของวัดภูเก็ตจะมีตูบนากาแฟ ซึ่งเป็นกระท่อมกลางทุ่งนาโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ แต่น่าเสียดายไปหน่อยช่วงที่ไปเกี่ยวข้าวแล้วทุ่งนาเลยไม่เขียวขจีแต่ก็สวยงามไปอีกแบบ

  

ตูบนากาแฟ สามารถลงมาจากวัดภูเก็ตได้ที่บันได้ด้านข้างครับ ลงมานั่งจิบกาแฟได้เพลินๆ ยิ่งช่วงปลายปีแบบนี้อากาศดีลมพัดเย็นๆ นั่งหลับได้เลย กาแฟของที่นี่รสชาติกลางๆ ราคาก็แก้วละ 50 บาท หากใครอยากมาเสพและฟอกปอดอย่างเต็มที่ก็สามารถพักที่นี่ได้เช่นกันคืนละ 500 บาท นอนในกระท่อมกลางทุ่งนาไม่มีแอร์มันก็น่าฟินดี

   

เราให้เวลาที่ตูบนากาแฟนานอยู่เหมือนกัน บรรยากาศพาให้ชิลจริงๆ นึกขึ้นได้ก็ออกเดินทางไปสู่ “อุ่นไอมาง” ที่อำเภอสปันต่อเลย ซึ่งตลอดการเดินทางเส้นทางไปสู่อุ่นไอมางผมก็แวะไปเรื่อยเปื่อยครับ พักรถ พักร่างตัวเองไปด้วย ซึ่งก็เจอความสวยงามของธรรมชาติมากมายที่สำคัญการขับรถก็จะช้าๆ หน่อยเนื่องจากฝนตกๆ หยุดๆ ตลอดทางทำให้ถนนลื่นพอสมควร

 


จากวัดภูเก็ตมาถึงอุ่นไอมาง ใช้เวลา 1 ชั่วโมง จะบอกว่ามานั่งจิบเครื่องดื่มเสพบรรยากาศธรรมชาติ เอาปอดมาฟอกเฉยๆ ไม่ได้มาพักที่นี่หรอกเพราะถึงแม้อยากพักก็ไม่ได้เพราะห้องเต็มยาวไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า แค่ได้มาเช็คอินถ่ายรูปก็โอเคแล้ว หากใครจะมาเยือนที่นี่แนะนำให้กินข้าวให้อิ่มมาก่อน เนื่องจากที่นี่มีเพียงเครื่องดืมให้เราเท่านั้น จะมาปักหลักฝากท้องไว้ที่นี่อาจมีผิดหวังกันบ้าง หลังจากเก็บภาพสวยๆ ของที่นี่ นั่งพักร่างกันสักพักผมก็เดินทางกลับสู่อำเภอเมืองน่านเข้าที่พักเลย เพราะฝนตกไม่สามารถแวะไปที่ไหนได้อีกแล้ว เสียดายเหมือนกันแต่อากาศไม่เป็นใจเราก็ต้องกลับ


เที่ยวน่าน วันที่ 3


มาถึงวันสุดท้ายแล้วที่จะได้เที่ยวน่าน วันเวลาเดินทางไวมากจริงๆ ออกจากที่พักประมาณ 11 โมง เพื่อจะไปหาข้าวกลางวันกินในเมืองน่าน โจทย์มีอยู่ว่า ร้านที่จะไปจะต้องมีกาแฟและอาหารให้เราได้กินอิ่มท้อง เพื่อจะได้ไปรอขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพได้อย่างไม่หิวโหย สุดท้ายก็ได้ค้นพบร้าน “น.น่าน คาเฟ่” และคิดไม่ผิดที่ได้แวะมาก่อนกลับกรุงเทพ

 

บรรยากาศร้านตกแต่งไว้อย่างน่ารัก สาวๆ น่าจะชอยครับเพราะมีมุมให้ถ่ายรูปเยอะเหมือนกัน มีมุมเขียนโปสการ์ดที่ตกแต่งไว้อย่างเท่ๆ ที่นี่แบ่งเป็น 2 โซนคือ โซนคาเฟ่ และโซนก๋วยเตี๋ยวแต่เขาก็ไม่ได้ฟิกอะไรมาก หากอยากนั่งแอร์เย็นๆ ก็มานั่งกินก๋วยเตี๋ยวโซนคาเฟ่ได้เลย มาที่ น.น่าน คาเฟ่ นอกจากเครื่องดื่มต่างๆ แล้วคือ ก๋วยเตี๋ยวเรือของเขารสชาติเด็ดมาก เส้นเหนียวนุ่ม รสชาติของน้ำซุปลื่นคอแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม ที่สำคัญราคาไม่สูงชามเดียวกินอิ่มท้องได้ยันเย็น สำหรับร้านนี้ประทับใจมากเป็นการปิดทริปน่านด้วยความประทับใจจริงๆ

หากคุณรู้สึกว่า 72 ชั่วโมง หรือ 3 วันในการพาไปสถานที่ท่องเที่ยวน่าน ยังสัมผัสความเนิบไม่สะใจเท่าไร เราก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกัน มีอีกหลายสถานที่เที่ยวน่านที่ยังไม่ได้ไป คิดว่าคราวหน้าจะต้องมาเที่ยวน่านอีกแน่ๆ และจะพยายามเก็บความประทับใจของจังหวัดน่านให้ได้เยอะมากกว่านี้มาฝากแน่นอน

#thejourneymoment



1 thought on “ทริปเที่ยวน่าน 3 วัน เที่ยวได้ 3 เมือง อำเภอเมือง-ปัว-สปัน”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *